33

ไขปัญหา “สายน้ำผึ้ง” หมอเช้าตรู่คะหนูท้องนอกมดลูกจริงๆเหรอ ?



ช่วงนี้งานยุ่งมากครับ ทำให้พลาดชมละคร สามีตีตรา ไปหลายตอนแล้ว เลยต้องมาตามเก็บตกดูละครย้อนหลังกันจนดึกจนดื่น ยิ่งละครจะอวสานในคืนนี้ด้วยแล้ว ทำเอาผมขอบตาดำไปทำงานแทบทุกวันเลยก็ว่าได้ครับ แต่ประเด็นมันคืออย่างนี้คับ มีแฟนเพจถามคำถามเข้ามาครับว่า “เห็นฉากหนึ่งในละครที่คุณหมอบอกสายน้ำผึ้งว่าเธออาจจะท้องนอกมดลูกเพราะตรวจพบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนน้อยผิดปกติ จึงสงสัยว่าท้องนอกมดลูกนี้มันคืออะไร” งานเข้าล่ะสิครับทีนี้ นอกจากจะตามดูย้อนหลังไม่ทันแฟนเพจแล้วยังตกข่าวอีกครับว่าสายน้ำผึ้งตั้งท้องรอบใหม่แล้ว ทำเอาผมกันเงิบไปเลย!! รีบกลับไปดูละครย้อนหลังแทบไม่ทันแต่เมื่อดูจบก็พอจะเข้าใจประเด็นคำอธิบายของคุณหมอในละครที่สงสัยว่า สายน้ำผึ้ง เธออาจจะท้องนอกมดลูก แล้วล่ะครับ 


คุณสาวๆที่ตั้งใจวางแผนจะมีบุตร เมื่อประจำเดือนขาดหายไปคงต้องรู้สึกลุ้นและตื่นเต้นเป็นธรรมดา แล้วยิ่งเมื่อทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะแล้วเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ แทบทุกคนต้องดีใจเป็นที่สุดอย่างแน่นอน จนบางทีเผลอร้องกรี๊ดออกมาดังๆ!!โดยไม่รู้ตัว แต่อย่าเพิ่งด่วนดีใจไปนะครับ เพราะนี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกของการตั้งครรภ์เท่านั้น ยังมีเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่คาดคิดอีกมากมายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ดังนั้นภายหลังจากที่ทราบว่าตั้งครรภ์แล้วจึงต้องมีการตรวจติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอเพื่อประเมินว่าการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นนั้นยังปกติดีอยู่หรือเปล่า   

โดยปกติแล้วภายหลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไปประมาณ 1 สัปดาห์ หากตรวจการตั้งครรภ์โดยการเจาะเลือดก็เพื่อตรวจหาระดับฮอร์โมนที่ชื่อว่า hCG ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากรก หากตรวจพบว่าฮอร์โมน hCG มีระดับที่สูงขึ้น ก็สามารถบ่งบอกได้ว่ามีภาวะตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ โดยเราเรียกการตั้งครรภ์ในระยะนี้ว่า Chemical pregnancy หรือการตั้งครรภ์ที่วินิจฉัยจากผลการตรวจเลือด ซึ่งอายุครรภ์ในช่วงนี้จะประมาณ 3-4 สัปดาห์ ระยะนี้คุณผู้หญิงอาจมีอาการคัดตึงเต้านม บางรายเริ่มเบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อยขึ้นได้ ส่วนอาการแพ้ท้องอาจยังไม่ชัดเจนนักเพราะระดับฮอร์โมน hCG ที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้ท้องนั้นยังอยู่ในระดับที่ยังไม่สูงมากนัก หากจะทำการตรวจอัลตร้าซาวน์ในระยะนี้ก็ยังไม่สามารถเห็นถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกได้ชัดเจน ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่สามารถตรวจอัลตร้าซาวน์เห็นถุงการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก การตั้งครรภ์นั้นก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นท้องมดลูกได้อยู่นะครับ 



การตั้งครรภ์นอกมดลูก คือ การตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนมนุษย์ มีการพัฒนาและเจริญเติบโตอยู่ที่ตำแหน่งอื่นภายนอกโพรงมดลูก เช่น ที่ท่อนำไข่(พบได้บ่อยที่สุด) ที่รังไข่  ที่เยื่อบุช่องท้อง เป็นต้นครับ ตามปกติแล้วในธรรมชาตินั้น ภายหลังจากที่มีการตกไข่เกิดขึ้น ไข่ที่ตกออกมาจากรังไข่จะถูกโบกพัดให้เข้าไปอยู่ที่บริเวณปลายท่อนำไข่ เพื่อรอรับการผสมกับตัวอสุจิที่ว่ายผ่านช่องคลอด ผ่านปากมดลูก ผ่านโพรงมดลูกและผ่านท่อนำไข่เข้ามาจนถึงบริเวณปลายท่อนำไข่และมาเจอกับไข่ที่ตกออกมารอรับการผสมอยู่ จากนั้นจะเกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่และตัวอสุจิกลายเป็นตัวอ่อนมนุษย์ จากนั้นตัวอ่อนจะค่อยๆถูกโบกพัดย้อนจากปลายท่อนำไข่กลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อมาฝังตัว และเมื่อฝังตัวเสร็จสมบูรณ์ก็จะเจริญพัฒนากลายเป็นการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูกในที่สุด แต่หากเกิดอุปสรรคใดๆก็ตามที่ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถถูกโบกพัดกลับเข้ามาฝังตัวในโพรงมดลูกได้ ตัวอ่อนก็จะฝังตัวที่ตำแหน่งอื่นๆแทน เช่น ท่อนำไข่ รังไข่ เยื่อบุช่องท้อง ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่มีกล้ามเนื่อน้อย บอบบาง ไม่เหมาะสมต่อการตั้งครรภ์ ดังนั้นแล้วถุงการตั้งครรภ์นอกมดลูกส่วนใหญ่จึงเจริญเติบได้ไม่เกินอายุครรภ์ 3 เดือน จากนั้นก็จะแท้งหรือถุงการตั้งครรภ์เกิดแตกและตกเลือดในช่องท้องเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นภายหลังจากที่ตรวจเลือดพบว่าตั้งครรภ์แล้ว แพทย์จึงจำเป็นต้องมีการนัดตรวจติดตามอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG เพื่อช่วยในการวินิจฉัยว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่ปกติหรือไม่ ซึ่งก็เป็นวิธีการที่คุณหมอในละครใช้ในการตรวจติดตามการตั้งครรภ์ของสายน้ำผึ้ง ยังไงล่ะครับ 

ในกรณีทีเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกเนื่องจากตัวอ่อนเกิดฝังตัวในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้การเจริญพัฒนาของรกทำได้ไม่ดี จึงส่งผลให้อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG ที่สร้างจากรกน้อยกว่าการตั้งครรภ์ปกติ แต่ก็มีรายงานพบว่าแม้จะเป็นการตั้งครรภ์ปกติภายในโพรงมดลูกก็มีโอกาสที่อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG จะน้อยผิดปกติได้เช่นเดียวกัน แต่พบได้น้อยประมาณ 15% เท่านั้นครับ

ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมน hCG น้อยผิดปกติ ควรสังเกตอาการที่สงสัยว่าอาจจะมีภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก ได้แก่ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ปวดท้องน้อยรุนแรง วิงเวียนศีรษะเป็นลม ซึ่งจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยการทำอัลตร้าซาวน์ ถ้าตรวจไม่พบถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก แต่พบก้อนผิดปกติหรือเห็นถุงการตั้งครรภ์ภายนอกมดลูก ก็สามารถวินิจฉัยว่าเป็นท้องนอกมดลูกได้แล้วคับ โดยปกติแล้วการตั้งครรภ์นอกมดลูกนั้นจะไม่สามารถดำเนินต่อไปจนสำเร็จคลอดได้เป็นทารกออกมา จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์ด้วยการผ่าตัดเอาออกก่อนที่ถุงการตั้งครรภ์จะแตก หรือก็ต้องใช้ยาทำลายให้ฝ่อสลายหายไปครับ
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก เช่น 

1. ท่อนำไข่ผิดปกติ ทำให้ตัวอ่อนเคลื่อนตัวจากปลายท่อนำไข่มาไม่ถึงโพรงมดลูกเพื่อฝังตัว จึงเกิดการฝังตัวตำแหน่งอื่นนอกโพรงมดลูก สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ เคยผ่าตัดต่อหมัน เคยผ่าตัดอื่นในช่องท้อง เคยติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน โรคช็อคโกแลตซีสต์ พังผืดในช่องท้อง เป็นต้น

2. การใช้ยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งเป็นสาเหตที่พบบ่อยรองลงมา เพราะตัวยาฮอร์โมนในยาคุมฉุกเฉินจะมีปริมาณสูงมาก จึงมีผลยับยั้งการโบกพัดตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของท่อนำไข่ ตัวอ่อนจึงฝังตัวที่ท่อนำไข่แทน

3. การใส่ห่วงอนามัย เพราะห่วงอนามัยที่อยู่กลางโพรงมดลูกสามารถคุมกำเนิดได้เพราะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก ดังนั้นในบางกรณีซึ่งพบได้น้อยมากๆครับที่ ตัวอ่อนจึงไปฝังตัวที่ตำแหน่งอื่นแทน 

4. การทำเด็กหลอดแก้ว เนื่องจากขั้นตอนการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หากย้ายตัวอ่อนไปอยู่ในตำเเหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ตัวอ่อนฝังตัวผิดทีได้ครับ

จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เริ่มมีการขาดหายไปของประจำเดือน จนกระทั่งตรวจพบว่าตั้งครรภ์ มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆเกิดขึ้นได้มากมายในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายอย่าเพิ่งด่วนดีใจจนลืมดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง อีกทั้งยังต้องคอยหมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆที่บ่งบอกถึงภาวะอันตรายที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะการตั้งครรภ์นอกมดลูก และจำเป็นต้องติดตามการรักษากับแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณผู้หญิงเองตลอดจนความสมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วยครับ สุดท้ายนี้อย่าลืมติดตามชมตอนจบของละคร สามีตีตรา คืนนี้กันด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วคุณอาจพลาดประเด็นสำคัญอะไรไปเหมือนอย่างผมก็เป็นได้ 


นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์
สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

Comments

comments