der

หมอๆ หนูโดนของ !!!

วันก่อนผมเพิ่งจะผ่าตัดเลาะซีสต์ที่รังไข่โดยวิธีส่องกล้องให้กับคนไข้หญิงวัยกลางคนท่านหนึ่งไป ภายหลังผ่าตัดผมก็โชว์รูปถ่ายถุงน้ำรังไข่ที่ผ่าตัดเลาะออกมาให้คนไข้และญาติๆดู อธิบายถึงสิ่งที่พบในห้องผ่าตัดไปว่าซีสต์ของคนไข้นั้นขนาดราวๆ 8 เซนติเมตร มีของเหลวลักษณะคล้ายน้ำมัน มีก้อนไขมัน มีเศษผม หนังศีรษะ และฟัน อยู่ภายใน คนไข้และญาติมองหน้ากัน แสดงสีหน้าประหลาดใจ แล้วก็บรรลัยครับทีนี้ เถียงกันต่างๆนา เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวลั่นห้อง แล้วคนไข้ก็ถามออกมาว่า “ หมอๆ อย่างนี้แสดงว่าหนูโดนคุณไสย์ใช่มั้ย ??? ”

เอิ่ม! ใจเย็นๆก่อนนะครับ ไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นโรคอย่างหนึ่งครับ ไม่ได้โดนขง โดนของ หรือโดนอาคมไสยศาสน์แต่อย่างใด แต่จะว่าไปไอ้เจ้าซีสต์รังไข่ชนิดที่ว่านี้มันก็ดูคล้ายๆกับคำที่คนโบราณเค้าพูดไว้เหมือนกันแฮะ ที่พูดว่า “ถูกเสกหนังควายเข้าท้อง” เลยลองหาภาพตัวอย่างประกอบของถุงน้ำชนิดนี้มาให้ดูกันหลายๆภาพ แต่ในทางการแพทย์มีคำอธิบายได้นะครับ

ถุงน้ำรังไข่ หรือซีสต์รังไข่ ชนิดนี้ มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า “เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid cyst หรือ Teratoma)” จากรากศัพท์ Dermoid หรือ Derma แปลว่า ผิวหนัง จึงเป็นที่มาของชื่อโรค เพราะว่าสาเหตุนั้นเกิดจาก เนื้อเยื่อที่จะเจริญไปเป็นเซลล์ผิวหนังนั้นดันเกิดไปอยู่ผิดที่ แทนที่จะอยู่ภายนอกร่างกายแต่กลับไปเจริญเติบโตในช่องท้อง ตั้งแต่ในระยะแรกๆของพัฒนาการทารกในครรภ์ จึงทำให้เราพบว่ามีไขมัน(จากต่อมไขมัน) เส้นผม หนังศีรษะ หรือแม้กระทั่ง ฟัน เข้าไปอยู่ภายในซีสต์

  • เดอร์มอยด์ซีสต์ ไม่ใช่เนื้องอกร้ายแรง ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง
  • เดอร์มอยด์ซีสต์   ส่วนใหญ่มักมักไม่ค่อยมีอาการ แต่เนื่องจากถุงน้ำรังไข่ชนิดนี้ไม่มีพังผืดมาเกาะจึงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งไปมาได้ภายในช่องท้องส่วนล่าง จึงมีโอกาสเกิดการหมุดบิดขั้วจึงทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง ส่งผลให้เกิดอาการปวดขึ้นมาเฉียบพลันได้  และไม่สัมพันธ์กับปัญหามีบุตรยาก
  • เดอร์มอยด์ซีสต์  วิธีการรักษา คือ ต้องผ่าตัด ซีสต์ไม่สามารถยุบหายไปได้เอง ดังนั้น อย่าหลงเชื่อคำโฆษณายาขับซีสต์ลวงโลกนะครับ ด้วยความปรารถนาดีต่อเงินในกระเป๋าทุกท่านครับ

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์
สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

 

Comments

comments