ทำไมรอบประจำเดือนแต่ละรอบสั้นยาวไม่เท่ากัน ปริมาณมาก-น้อยไม่เหมือนกัน แถมยังสีน้ำตาลบ้าง-แดงบ้าง

shutterstock-sanitary-pad-rose-petals

  • ระยะห่างของรอบประจำเดือนของผู้หญิงแต่ละคนที่สั้น-ยาว ไม่เท่ากันนั้น ขึ้นกับระยะเวลาก่อนตกไข่เป็นสำคัญ เพราะเซลล์ไข่ของผู้หญิงแต่ละคนใช้เวลาในการเจริญเติบโตจนโตสมบูรณ์เต็มที่ไม่เท่ากัน ในรายที่ใช้ระยะเวลาในการเจริญของ Follicle จนสมบูรณ์พร้อมจะตกไข่ไม่นาน ระยะห่างของรอบประจำเดือนก็จะสั้นยังไงล่ะครับ เพราะระยะเวลาภายหลังจากตกไข่ไปแล้วนั้นส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกันมาก แทบจะไม่ค่อยแตกต่างกันเลย ประมาณ 14-16 วัน ซึ่งเป็นผลจากอายุขัยของ คอร์ปัส ลูเตียม (Corpus luteum) ที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน Progesterone เพื่อช่วยคงสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกให้ยังคงหนาตัวได้เสื่อมสลายไปยังไงหล่ะครับ

  • ปริมาณเลือดประจำเดือนที่ออกนั้น ขึ้นกับว่าความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกในแต่ละรอบเดือนเป็นอย่างไร เพราะเลือดประจำเดือน ก็คือเศษเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกปนออกมากับเลือด ดังนั้นถ้าหากเยื่อบุโพรงมดลูกหนามากเวลาหลุดลอกออกมาจึงทำให้มีปริมาณเลือดมากตามไปด้วย ส่วนสาเหตุอื่นที่ทำให้ประจำเดือนมามากก็คือ มดลูกบีบตัวเพื่อหยุดเลือดได้ไม่ดี เช่น มีเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกไปขัดขวางการบีบตัวเพื่อหยุดเลือดของมดลูก เป็นต้นครับ

  • เลือดประจำเดือนสีน้ำตาล ที่มักนำมาก่อน เลือดประจำเดือนสีแดงๆ นั่นเพราะการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกเกิดขึ้นเป็นบางส่วน ยังไม่ทั่วทั้งโพรงมดลูก ทำให้เลือดยังออกไม่มาปริมาณเล็กน้อย เมื่อเจอสภาพความเป็นกรดและความร้อนในช่องคลอดทำให้เห็นเลือดที่ออกมามีปริมาณเล็กน้อยสีน้ำตาลๆ แต่เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกพร้อมกันทั่วโพรงมดลูก จึงมีปริมาณเลือดที่ออกมาขึ้นและเป็นสีแดง

  • ส่วนเลือดประจำเดือนสีน้ำตาล ที่มักตามมาช่วงท้ายๆของประจำเดือน คือช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเกือบจะหมดแล้ว และมดลูกก็พยายามขับเลือดปริจำเดือนออกมาในที่สุด ปริมาณเลือดจึงเล็กน้อยและสีน้ำตาลๆเพราะเจอสภาพความเป็นกรดและความร้อนในช่องคลอดเช่นกันครับ

  • ส่วนอาการร่วมอื่นๆ เช่น  อาการปวดท้องประจำเดือนเป็น เพราะมดลูกมีการบีบตัว  เพื่อหยุดเลือดและพยายามขับเยื่บโพรงมดลูกที่เสื่อมสลายออกมา  บางคนอาจมีอาการ คัดตึงหน้าอก อ่อนเพลีย เหนื่อย หงุดหงิด หรือรู้สึกซึมเศร้า นำมาก่อนการมีประจำเดือน อาการเหล่านี้เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆในช่วงกำลังจะเป็นประจำเดือนครับ

แล้วประจำแบบไหนถึงเรียกว่าปกติ ???

1. ระยะห่างแต่ละรอบประจำเดือน ควรอยู่ในช่วง 28 ± 7 วัน และไม่ควรมีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบประจำเดือน ภายหลังจากที่เลือดประจำเดือนได้หยุดสนิทไปแล้ว

2. ระยะเวลาที่เป็นประจำเดือน  เฉลี่ยแล้วประมาณ 3-5  วัน  ไม่ควรน้อยกว่า 1 วัน  และไม่ควรนานเกิน 7 วัน (ทั้งเลือดสีแดงและน้ำตาล)

3. ปริมาณเลือดประจำเดือน ประมาณ 80-100 ลูกบาศก์เซนติเมตร/วัน  หรือไม่ควรใช้ผ้าอนามัยขนาดปกติเกินวันละ 2-3 ผืนชุ่มๆ

4. ลักษณะของเลือดประจำเดือน   ไม่ควรจับกันเป็นลิ่มเลือดขนาดเกินปลายนิ้วก้อย  วันแรกๆ จะมีสีแดงคอนข้างสด  วันต่อมาจะค่อยๆแดงจางๆ หรือน้ำตาลคล้ำๆจนหายไป

Comments

comments