4

ภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก (Velamentous Insertion)

วันนี้ได้เห็นข่าวว่ามีกรณี ทารกเสียชีวิตในครรภ์ แจงสาเหตุเกิดจากภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก ตามลิ้งค์นี้ http://m.manager.co.th/Local/detail/9570000102341 เลยขอถือโอกาสอธิบายเกี่ยวกับ ภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก (Velamentous Insertion) นี้ให้คนทั่วๆไปฟังสักนิด เพราะคิดว่าหลายๆท่านได้ฟังแล้วคงเกิดอาการงงๆ อยู่ไม่น้อยว่าภาวะนี้มันคืออะไร ทำไมร้ายแรงถึงขนาดทำให้ทารกเสียชีวิตตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ได้เลยเหรอ งั้นเข้าเรื่องกันเลยแล้วกันนะครับ

 

 1

 
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่า สายสะดือ และรก 2 คำนี้ ไม่เหมือนกันนะครับ
รก คือ อวัยวะพิเศษที่สร้างขึ้นมาในช่วงตั้งครรภ์ มีลักษณะคล้ายแผ่นฟองน้ำกลมๆที่มีเส้นเลือดจำนวนมากกระจุกอยู่รวมกันเป็นก้อนๆ ทำหน้าที่ส่งอาหารและออกซิเจนจากมารดาไปเลี้ยงทารก และกำจัดของเสียออกจากตัวทารก ด้านหนึ่งของรกจะเกาะกับผนังมดลูกเพื่อแลกเปลี่ยนสารอาหารจากฝั่งมารดา อีกด้านของรกจะต่อกับสายสะดือ
สายสะดือ คือ เส้นเลือดขนาดใหญ่ที่ลำเลียงเลือดที่ดี ซึ่งมีสารอาหารและออกซิเจนสูงจากฝั่งมารดาผ่านทางรก ออกไปสู่ตัวทารกในครรภ์ และลำเลียงเลือดเสียจากทารก ซึ่งมีออกซิเจนต่ำ กลับคืนสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของมารดาไปฟอกและเติมออกซิเจนใหม่อีกครั้ง ตามปกติแล้วสายสะดือจะมีจุดเกาะอยู่บริเวณตำแหน่งบนแผ่นรก อาจจะออกจากตรงกึ่งกลางรกหรือขอบๆรกก็ได้ แต่ก็ยังอยู่บริเวณเนื้อรก เฉลี่ยแล้วสายสะดือจะยาวประมาณ 50-60 เซ็นติเมตร
ภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก (Velamentous Insertion) คือ ภาวะที่สายสะดือ มีจุดเกาะที่ตำแหน่งอื่นนอกตำแหน่งรก โดยมีจุดเกาะอยู่ที่เยื่อหุ้มรก(ถุงน้ำคร่ำ) อย่างที่เข้าใจกัน จากนั้นจึงค่อยมีเส้นเลือดจากรกวิ่งผ่านเยื่อหุ้มรกมายังสายสะดืออีกที

 

2

สายสะดือที่มีจุดเกาะที่บริเวณรก

 

3
สายสะดือที่มีจุดเกาะที่บริเวณนอกรก นั่นก็คือที่เยื่อหุ้มรก(ถุงน้ำคร่ำ)

ภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรก (Velamentous Insertion) เกิดได้ไม่บ่อย ราวๆ 1% ในการตั้งครรภ์เดี่ยวและพบมากขึ้นในกรณีที่เป็นครรภ์แฝดบางชนิด แต่ภาวะนี้จะเป็นปัญหาหรือไม่นั้น ขึ้นกับว่า มีการฉีกขาดของเส้นเลือดที่วิ่งออกจากรกผ่านเยื่อหุ้มรกมายังสายสะดือหรือไม่ โดยจะพบว่าเป็นปัญหาในกรณีเส้นเลือดนั้นพาดผ่านบริเวณปากมดลูก (Vasa previa) แล้วมีการฉีกขาดของถุงน้ำคร่ำทำให้ถุงน้ำคร่ำแตก เป็นผลให้เส้นเลือดที่พาดผ่านบริเวณปากมดลูกดังกล่าวเกิดการฉีกขาดจึงเกิดภาวะน้ำเดิน แต่แทนที่สีของน้ำคร่ำจะขุ่นๆ กลับกลายเป็นสีแดง เพราะมีเลือดปนออกมาด้วย ที่อาการเด็กแย่ถึงขั้นเสียชีวิตเพราะเด็กขาดเลือดจากรกไปเลี้ยง อีกทั้งยังต้องเสียเลือดที่แทนที่จะออกจากตัวเด็กกลับไปฟอกยังรก แต่กลับต้องเสียเลือดปนออกมากับน้ำคร่ำ ยังไงล่ะครับ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น
มดลูกแม่ เหมือน แท้งก์น้ำ
รก เหมือน ก๊อกน้ำ
สายสะดือ เหมือน สายยาง
เลือด เหมือน น้ำ
ตัวเด็ก เหมือน ต้นไม้

ถ้าสายยางไม่ได้ต่อตรงจากก๊อกน้ำโดยตรง แต่ดันมี ข้อต่อ (เส้นเลือดที่วิ่งออกจากรกผ่านเยื่อหุ้มรกมายังสายสะดือ) มาคั่นกลาง ถ้าข้อต่อรั่วหรือแตก ก็มีน้ำรั่วออกมาก่อนที่จะมาถึงสายยาง เมื่อนั้นต้นไม้ก็จะแย่ เพราะน้ำผ่านสายยางมาน้อย ไม่เพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงต้นไม้ นั่นเองครับ

 

     45

 

ภาวะนี้สามารถตรวจพบได้จากการอัลตร้าซาวน์ตั้งแต่ในระหว่างฝากครรภ์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายจะสามารถตรวจเจอหรือเห็นชัดเหมือนกันหมด ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการทำอัลตร้าซาวน์ แต่หากตรวจพบ ต้องดูว่าจุดเกาะของสายสะดือนั้นอยู่บริเวณไใด เพราะภาวะสายสะดือเข้าสู่เยื่อหุ้มรกจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่นั้น ขึ้นกับว่ามีเส้นเลือดพาดผ่านบริเวณปากมดลูก (Vasa previa) หรือไม่ เพราะหากมีอาจเกิดการฉีกขาดของถุงน้ำคร่ำอาจทำให้เส้นเลือดดังกล่าวเกิดการฉีกขาดร่วมด้วย ถ้ามีก็แนะนำว่าควรผ่าตัดคลอดเพื่อป้องกันเลือดออกฉุกเฉินเมื่อมีภาวะมีน้ำเดิน
แต่ถ้าตรวจดูแล้วไม่พบว่ามีเส้นเลือดพาดผ่านบริเวณปากมดลูก ก็ยังจำเป็นต้องแนะนำคนไข้ว่าในช่วงใกล้คลอดหากมีน้ำเดินต้องรีบมาโรงพยาบาล เพราะอาจมีเส้นเลือดที่อัลตร้าซาวน์อาจตรวจไม่พบได้เช่นกัน หากมีการฉีกขาดของเส้นเลือดดังกล่าวแล้วมีภาวะน้ำเดินเป็นเลือด จะได้ผ่าตัดคลอดฉุกเฉินให้ทันท่วงทีครับ

 

Comments

comments