Title2

“หญ้ารีแพร์ – หญ้าฮี๋ยุ่ม” หรือจะสู้ หมั่นขมิบพิชิตหย่อน (ตอนจบ)

“หญ้ารีแพร์” หรือ “หญ้าฮี๋ยุ่ม” ช่วยป้องกันการหย่อนย้อยของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้อย่างไร???

 

ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า หญ้ารีแพร์เป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่ มีสาร “ซิลิกา” (silica) อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารต้นกำเนิดของคอลลาเจน และน้ำไขข้อในร่างกาย หากขาดสารนี้จะทำให้มีลักษณะแก่ก่อนวัย สามารถนำไปอาบ อบ และกิน ช่วยทำให้ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่ง มดลูกเข้าอู่ และบาดแผลหายเร็วขึ้น

 

ส่วนสรรพคุณด้านการช่วยกระชับช่องคลอดเน้นวิธีการรมควันเป็นหลัก โดยการนำหญ้า ไปตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นก็นำหญ้าประมาณหนึ่งกำมือมาเผาร่วมกับไม้ผุ หรือถ่านจนเกิดควัน แล้วก็นำหญ้าที่เผาจนเกิดควันมาวางไว้ใต้เก้าอี้ ที่ผ่านการเจาะรูเป็นวงกลม หลังจากนั้นหญิงที่ผ่านการคลอดบุตร หรือหญิงที่ต้องการยกกระชับช่องคลอดและมดลูก ก็มานั่งลงบนเก้าอี้ เพื่อรมกระชับช่องคลอด คล้ายการอยู่ไฟ โดยสารเคมีของหญ้าที่ระเหยขึ้นมามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านสารอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ผลคือช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์

 

ส่วนระยะเวลาในการรมนั้นจะรมจนกว่าควันจะหมด ทั้งนี้ ในการรมควันจะทำติดต่อกันประมาณ 2-5 วัน ทั้งนี้ต้องระมัดระวังการสำลักควัน หรือไฟไหม้ขนเพชรจากการใช้ไฟแรงไป ดังเช่นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยนะครับ เดี๋ยวจะได้รีแพร์กันยกใหญ่เข้าจริงๆไม่รู้ด้วยนะครับ

 

03

 

“หญ้ารีแพร์” หรือ “หญ้าฮี๋ยุ่ม” ช่วยรีแพร์ได้ทุกกรณีเลยรึเปล่า???

 

แม้ว่าจะมีสรรพคุณช่วยกระชับช่องคลอดได้จริง แต่การจะนำมาใช้รักษาก็คงต้องขึ้นกับความรุนแรงของการหย่อนคล้อยด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในกรณีที่เป็นคุณแม่หลังคลอด อายุไม่มากนัก การใช้สมุนไพรภูมิปัญญาชาวบ้านมาอบ มาอัง หรือกิน ก็อาจช่วยกระชับช่องคลอด ป้องกันการหย่อนคล้อยได้ แต่หากเป็นคนสูงอายุ ผ่านการคลอดมาหลายครั้ง หรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนที่มีการหย่อนคล้อยมากๆจนมีอาการผิดปกติทางการขับถ่าย หรือมีก้อนโผล่ยื่นออกจากปากช่องคลอด การจะคาดหวังว่าหญ้าฮี๋ยุ่มแต่เพียงวิธีเดียวจะช่วยทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมเห็นท่าว่าจะลำบาก คงต้องอาศัยหลายๆวิธีควบคู่กันไปด้วยน่าจะได้ผลดีกว่า เช่น การผ่าตัดรีแพร์ การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงใส่ในช่องคลอด (pessary) รวมถึงการฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (การขมิบ : Kegel exercise) เป็นต้น ดังนั้นประโยชน์ของ”หญ้ารีแพร์” หรือ “หญ้าฮี๋ยุ่ม” สมุนไพรภูมิปัญญาไทย จึงเด่นไปในทางป้องกันมากกว่ารักษา ยังไงล่ะครับ

 

04

 

เราจะมีวิธีป้องกันภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อนได้อย่างไร???

 

การผ่าตัดรีแพร์ก็เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุแม้จะได้ผลในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่ได้ถาวร หลักๆคงต้องหาวิธีการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแรงเสียก่อน ร่วมกับการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรงมากพอที่จะพยุงให้อวัยวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานยังอยู่ในที่ที่ควรอยู่ หรือ ยืดเวลาการเกิดหย่อนคล้อยให้นานที่สุด และน้อยที่สุด ซึ่งวิธีการที่ว่าก็คือการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยการขมิบนั่นเองครับ เพราะการขมิบเปรียบเสมือนการออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยเฉพาะ สามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งหมอ ซึงเป็นวิธีการที่ได้ผลยั่งยืนและถาวร ใช้ได้ผลจริงแต่อาจต้องอาศัยเวลาและความอดทนอย่างสม่ำเสมอ แต่หากทำจนเคยชินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันยามว่างก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย ทำมากก็ได้ผลมาก ยิ่งเริ่มทำเมื่ออายุยังน้อยและทำต่อเนื่องสม่ำเสมอจะยิ่งเห็นผลชัดเจนในระยะยาว หากสนใจการฝึกขมิบสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ ฝึกขมิบวันละนิด บอกลาปัญหามดลูกหย่อน-ไอจามปัสสาวะเล็ด

 

จะเห็นได้ว่าแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันสามารถดำเนินควบคู่ไปด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงความรุนแรงของโรคที่เราเป็นอยู่ อย่าเชื่อทั้งหมดที่ได้ยินมา จนเกิดเป็นกระแสสังคมวุ่นวาย เพราะการรักษาแต่ละวิธีก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป และไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลการรักษาเหมือนกัน ควรต้องประเมินตัวเราเองให้ดีเสียก่อน สุดท้ายการป้องกันย่อมเป็นวิธียั่งยืนและได้ผลดีกว่าการแก้ไขรักษาอย่างแน่นอนครับ

 

 

 

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์

สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

Comments

comments