Menstruation

สาเหตุที่พบบ่อย ทำไมประจำเดือนมาช้า- ไม่มา- มาน้อย-ประจำเดือนขาด ???

ปรึกษากันเข้ามามากเหลือเกินเกี่ยวกับปัญหาเรื่องประจำเดือน ว่าทำไมประจำเดือนถึงมาช้า-ไม่มา-มาน้อย- ประจำเดือนขาด? ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ผมได้สรุปเอาไว้ให้คร่าวๆ เผื่อเป็นตัวช่วยในการสำรวจตัวเองเบื้องต้นดูก่อนว่า สาเหตุของตัวคุณพอจะเข้าได้กับสาเหตุไหนได้บ้าง โดยในกรณีที่ประจำเดือนเพิ่งเลื่อนออกไปเป็นรอบแรก หรือนานๆเป็นที กรณีนี้คุณสามารถสังเกตอาการและรอได้อีก 1-2 สัปดาห์ หากประจำเดือนยังไม่มาแนะนำว่าค่อยไปปรึกษาแพทย์ครับ ส่วนในกรณีที่ประจำเดือนนานๆมาที เช่น 2-3 เดือนมาสักครั้ง หรือไม่มาเลย แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ได้เลยจะดีที่สุดครับ ไม่จำเป็นต้องรอ เพราะมักจะมีโรคแอบแฝงอยู่จะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีนะครับ

 

o   ตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะหากเกิดในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่คุมกำเนิด หรือคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ หรือใช้วิธีการคุมกำเนิดที่ประสิธิภาพต่ำ

               

o   ภาวะรังไข่ทั้งสองข้างมีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก (Polycystic ovarian syndrome (PCOS)) สาเหตุที่แท้จริงของภาวะนี้ยังไม่ทราบชัดเจน พบได้บ่อยโดยเฉพาะในวัยรุ่นประจำเดือนจะมาไม่สม่ำเสมอ 2-3 เดือนมาครั้ง  ผู้ที่มีภาวะนี้มักมีรูปร่างอ้วนและ อาจพบภาวะขนดก หรือมีหนวดเพิ่มขึ้นร่วมด้วย                                                                                                                                          

 

o   โรคของต่อมไทรอยด์ ทั้งต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ หรือทำงานน้อยกว่าปกติ (Hyperthyroidism หรือ Hypothyroidism ) จะมีผลไปกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ

 

o   ภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ สามารถทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ อาจขาดประจำ เดือนไปได้คราวละหลายๆเดือน เนื่องจากความเครียดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง

 

o   ภาวะอ้วน ในสตรีที่อ้วนหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประจำเดือนมักมาไม่ปกติ เนื่องจาก ไขมันผิวหนังของคนอ้วน ที่มีอยู่ปริมาณมากนั้นสามารถเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเพศหญิงหรืฮอร์โมนเอสโตรเจนได้  จึงมีผลรบกวนต่อการหลั่งฮอร์โมนที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้รังไข่ผลิตฟองไข่ที่ชื่อว่า FSH จึงทำให้ไม่มีการตกไข่เกิดขึ้น ประจำเดือนจึงมาไม่ปกติ

 

o   ภาวะรังไข่เสื่อมการทำงานก่อนวัยอันควร เช่น เกิดภายหลังจากการฉายรังสี/รังสีรักษา หรือการให้ยาเคมีบำบัด ในการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิด จะมีผลไปทำลายรังไข่ หรือโรคบางชนิดที่ทำให้รังไข่เสื่อมการทำงานเร็วกว่าปกติ เช่น โรคเทอร์เนอร์ ซึ่งเป็นความผิดปกติทางโครโมโซมอาจมีลักษณะตัวเตี้ยและรังไข่เสื่อมการทำงานเร็วกว่าปกติ หรือบางกรณีไม่ทราบสาเหตุ เป็นเหตุทำให้รังไข่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้จึงไม่มีประจำเดือน

 

o   ภาวะที่มีน้ำนมไหลโดยที่ไม่ได้อยู่ในระยะให้นมบุตร (Galactorrhea) หรือ ภาวะที่มีระดับฮอร์โมนสร้างน้ำนมสูง (Hyperprolactinemia) สา เหตุเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น

      • อาจจากมีเนื้องอกต่อมใต้สมอง ทำให้ขัดขวางฮอร์โมนที่ห้ามการสร้างน้ำนม จึงมีผลทำให้มีการสร้างน้ำนม ซึ่งจะไปกระทบต่อระบบประจำเดือนอีกต่อหนึ่ง
      • หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางอย่างที่ทำให้น้ำนมไหลได้ เช่น ยาทางจิตเวชบางชนิด ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น

 

o   การใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานานๆ เช่น ยาฉีดคุมกำเนิด หรือ ยาเม็ดคุมกำเนิด

 

o   ภาวะ Anorexia nervosa คือ เป็นโรคทางจิตเวช โดยที่ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเบื่ออาหาร และน้ำ แต่ไม่ยอมรับประทานอาหารเพราะกลัวว่าน้ำหนักจะเพิ่มมากเกินไป จึงทำให้น้ำหนักลดลงมาก ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง

 

o   ออกกำลังกายหักโหม มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง

 

o   การตีบตันของช่องคลอด ปากมดลูก และ/หรือโพรงมดลูก เนื่องจากพังผืดหลังการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก หรือหลังการขูดมดลูก

 

 

 

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์

สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

 

Comments

comments