uterus_thumb

เฉลยแฟนพันธุ์แท้มดลูก

 

ภาพของมดลูกที่ปกติคือ ภาพมดลูกหมายเลข 4 และ 12 ครับ  ตอบถูกกันบ้างมั้ยครับ                                      

ส่วนภาพที่เหลือคือภาพมดลูกที่ผิดปกติ คือ มีเนื้องอกมดลูก ซึ่งเราสามารถแบ่งชนิดของเนื้องอกมดลูกออกได้เป็น 2 ชนิด นั่นก็คือ

 

1.เนื้องอกมดลูกชนิดที่กระจายทั่วทั้งกล้ามเนื้อมดลูก มีชื่อเรียกว่า “Adenomyosis” (อะดีโนไมโอซีส) ได้แก่ ภาพมดลูกหมายเลข 8 และ 13

 

 

n01

เนื้องอกมดลูกชนิดนี้ มดลูกจะมีลักษณะกลมโตโดยทั่วๆ ผิวนอกเรียบ ไม่เห็นเป็นก้อนเนื้องอกแยกชัดเจนออกจากกล้ามเนื้อมดลูกปกติ (เปรียบเทียบให้เห็นภาพนะครับ สมมติว่าถ้ากล้ามเนื้อมดลูกปกติเหมือนเม็ดทราย เนื้องอกชนิดนี้เปรียบเหมือนพริกไทยที่ปะปนกับเม็ดทราย จึงไม่สามารถเเยกเนื้องอกออกจากกล้ามเนื้อมดลูกส่วนที่ปกติได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถผ่าตัดเลาะเอาเฉพาะเนื้องงอกออกได้ง่ายๆ  จำเป็นต้องตัดเอาทั้งมดลูกออก ดังนั้นในกรณีที่ยังต้องการมีบุตรอยู่  การรักษาเบื้องต้นจึงเป็นการให้ยาแก้ปวด หรือยากลุ่มฮอร์โมน) สาเหตุเกิดจากมีการเจริญผิดปกติของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกแทรกตัวเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกทั่วทั้งมดลูก  บางรายอาจตรวจพบถุงน้ำรังไข่ที่เรียกว่า ช้อคโกแลตซีสต์ ร่วมด้วยได้ เพราะสาเหตุการเกิดคล้ายคลึงกัน โดยมีสาเหตุเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เนื้องอกชนิดนี้ ผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดประจำเดือนเรื้อรัง เลือดประจำเดือนมามาก และมีบุตรยากเป็นหลักครับ

 

2. เนื้องอกมดลูกชนิดที่เห็นเป็นก้อนชัดเจนแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก มีชื่อเรียกว่า “Myoma uteri” (ไมโอม่า ยูเทอราย) หรือ Fibroid (ไฟบรอยด์) ได้แก่ ภาพมดลูกหมายเลข 1,2,3,5,6,7,9,10,11,14 และ 15

 

n02

เนื้องอกมดลูกชนิดนี้ มดลูกมีลักษณะเป็นก้อนเนื้องอกแยกชัดเจนจากกล้ามเนื้อมดลูกปกติ ผิวนอกมักเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ ไม่เรียบ (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ สมมติว่าถ้ากล้ามเนื้อมดลูกปกติเหมือนเม็ดทราย เนื้องอกชนิดนี้เปรียบเหมือนลูกมะนาวที่แทรกตัวในทราย จึงสามารถแยกเนื้องอกออกจากกล้ามเนื้อมดลูกส่วนที่ปกติได้ชัดเจน ดังนั้นจึงสามารถผ่าตัดเลาะเอาเฉพาะเนื้องงอกออกจากมดลูกส่วนที่ปกติได้) สาเหตุเกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกมีการเจริญเติบโตมากผิดปกติ สามารถพบได้บ่อยกว่าชนิดแรก และเป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึงเรื่องเนื้องอกมดลูกโดยเนื้องอกชนิดนี้สามารถแบ่งตามตำแหน่งของก้อนเนื้องอกมดลูกว่าอยู่ส่วนใดของมดลูก เรียงลำดับจากผิวนอกเข้าสู่ใน ได้เป็น 5 ชนิด และอาการก็แตกต่างกันไปตามชนิดของเนื้องอก ดังนี้

 

1. ก้อนเนื้องอกที่เป็นติ่งออกจากผิวของมดลูก (Pedunculated subserosal) มักไม่มีอาการ แต่หากก้อนเนื้องอกมีการบิดขั้วอาจทำให้มีอาการปวดท้องเฉียบพลันได้

 

2. ก้อนเนื้องอกที่อยู่ใต้ผิวของมดลูก (Subserosal) มักไม่มีอาการ หรือ อาจมีอาการปวดประจำเดือนมากได้

 

3. ก้อนเนื้องอกที่แทรกอยู่ในตัวเนื้อมดลูก (Intramural) มักมีอาการปวดประจำเดือน และประจำเดือนมามาก

 

4. ก้อนเนื้องอกที่อยู่ใต้ผิวโพรงมดลูก (Submucosal)  มักมีอาการประจำเดือนมามาก และมีบุตรยาก

 

5. ก้อนเนื้องอกที่เป็นติ่งยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก (Pedunculated submucosal) มักมีอาการประจำเดือนมามาก และมีบุตรยาก

 

เนื้องอกทั้ง 2 ชนิดไม่ว่าจะเป็น  “Adenomyosis” หรือ “Myoma uteri” หากก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ หรือก้อนมีขนาดเล็กแต่มีจำนวนหลายก้อน ก็ทำให้มดลูกโตผิดปกติส่งผลทำให้มดลูกไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียงทำให้เกิดอาการผิดปกติได้เหมือนๆกัน เช่น ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก และไตบวมจากท่อไตถูกทับได้ครับ

 

++ ตรวจเจอเนื้องอกมดลูก ไม่จำเป็นว่าจะต้องผ่าตัดออกเสมอไป ++

 

เพราะการผ่าตัดนั้นจะแนะนำในกรณีที่เป็นเนื้องอกชนิด“Myoma uteri”เพราะสามารถผ่าตัดเลาะเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออกจากกล้ามเนื้อมดลูกส่วนที่ปกติได้  แต่ย้ำว่าควรต้องเป็นกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง เสียเลือดมาก ก้อนมีขนาดใหญ่ หรือภายหลังจากที่ใช้ยารักษาเบื้องต้นแล้วไม่ได้ผล และถึงแม้ว่าก้อนเนื้องอกนั้นมีขนาดเล็กแต่ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก หรือแท้งหลายๆครั้ง ก็อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัดรักษา                                             

 

ส่วนในกรณีที่ตรวจเจอก้อนเนื้องอกโดยบังเอิญ ถ้าก้อนมีขนาดเล็ก อาการไม่รุนแรง และยังต้องการมีบุตรอยู่ หากก้อนเนื้องอกที่ตรวจเจอนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก ส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้ตรวจติดตามขนาดของก้อน และสังเกตอาการเป็นระยะ ทุกๆ 4-6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องรีบผ่าตัด เพราะการผ่าตัดอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อมารดาและทารกได้ระหว่างตั้งครรภ์ นั่นก็คือ แผลผ่าตัดที่มดลูกปริแตก เพราะแผลผ่าตัดยืดขยายออกตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการผ่าตัดยังทำให้เริ่มมีบุตรได้ช้าเพราะต้องเสียเวลาพักฟื้นแผลที่มดลูกให้หายดีอย่างน้อย 12-18 เดือน ก่อนที่จะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ แต่ถ้ามีบุตรเพียงพอแล้ว จะผ่าตัดมดลูกออกไปเลย ผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกมดลูก หรือจะตรวจติดตามก็สามารถพิจารณาได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลที่มดลูกปริแตก โดยจะเลือกการรักษาวิธีไหนนั้นก็ขึ้นกับอาการเป็นหลักนะครับ

 

 

นพ.ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์

สูติ-นรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

Comments

comments