MayNhai_Thumb

เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ

สวัสดีครับน้องๆ โรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทุกคน อิอิ!! อย่าเพิ่งสงสัยว่าผมกินยาลืมเขย่าขวดมารึป่าว ทำไมถึงได้ทักทายแปลกๆพิกล หลังจากไปดูหนังเรื่องเมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ ตอนนั้นดูไปก็ขำไป หัวเราะกันลั่นโรงเลยทีเดียว ความเห็นส่วนตัวผมชอบหนังเรื่องนี้มาก เพราะเป็นหนังที่สนุกครบทุกรส เรียกเสียงหัวเราะกับมุขตลกได้ตลอด นักแสดงทุกคนทั้งนักแสดงนำ นักเเสดงประกอบ ทุกคนเล่นออกมาได้สมกับเป็นหนังฟีลกู๊ดมาก ภาพการ์ตูนลายเส้น แอนนิเมชั่นน่ารักได้ใจ แถมได้ข้อคิดดีมาแบ่งปันด้วย ว่าแต่จะเป็นข้อคิดอะไรนั้น เขียนเอาไว้พักใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ว่างเอาลงเพจซะที หวังว่าคงยังไม่ช้าไป งั้นเราไปติดตามกันเลยละกันนะครับ

 

ก่อนอื่นขอท้าวความถึงเนื้อเรื่องของหนังสักนิดละกันนะครับ หนังเรื่องนี้มี “ป๋อง” เด็กนักเรียนชายวัยรุ่นชั้น ม.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ผิวเผินแล้วดูเหมือนจะแสนธรรมดาเอามากๆเป็นคนเล่าเรื่อง เรื่องก็มีอยู่ว่า ป๋องมีความเชื่อว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรเท่าเทียมกัน ต้องมีการแบ่งชนชั้นสูงต่ำไปซะหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตเด็กนักเรียนวัยรุ่นในโรงเรียนของป๋องเองก็ได้ถูกแบ่งออกเป็นฐานันดรต่างๆด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่ฐานันดรสูงสุดนั่นก็คือ ประธานสีที่ไปไหนมาไหนทุกคนโนโรงเรียนก็รู้จัก กรี๊ดกร๊าด คลั่งไคล้ อย่างกะเป็นดารา รองลงมาก็คือพวกคนหน้าตาดีที่ได้รับเลือกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คนที่เล่นกีฬาเก่งเป็นนักกีฬาตัวแทนสีต่างๆ อันธพาลผู้มีอิทธิพลชอบรังแกคนอื่นเค้าไปทั่ว เด็กเนิร์ดที่สนใจแต่วิชาการและพูดคุยกันด้วยศัพท์แสงที่คนปกติธรรมดายากจะเข้าใจได้ และสุดท้ายคือ กลุ่มคนที่เสมือนไม่มีตัวตน ไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มฐานันดรไหนได้ เพราะไม่มีใครยอมรับและสนใจ ซึ่งตัวป๋องเองเชื่อว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่มคนจำพวกนี้

thumb_1287

ป๋องมักถูกเพื่อนและรุ่นน้องอันธพาลเกเรที่โรงเรียนกดขี่ กลั่นแกล้งอยู่บ่อยๆ เหมือนเป็นของเล่นให้คนในฐานันดรอื่นไปวันๆ เพราะตัวป๋องเองก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นให้เป็นที่สนใจของคนอื่นในโรงเรียน ขนาดไม่ขึ้นแสตนด์เชียร์ หายตัวไปสักคนยังไม่มีใครรู้เลย

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆแล้วป๋องมีดีซ่อนอยู่ในตัว นั่นก็คือ ป๋องวาดภาพและเขียนนิยายการ์ตูน เก่งมากขั้นเซียนเลยทีเดียว แต่ป๋องเองกลับไม่รู้สึกภูมิใจกับความสามารถด้านนี้ของตัวเองเท่าไรนัก และไม่เคยมองว่าความสามารถที่โดดเด่นต่างจากคนอื่นนั้นที่ตัวเองมีนั้นมันเจ๋งมากแค่ไหนเลยด้วยซ้ำ เพราะความสามารถที่ป๋องมีเป็นความสามารถที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียน เลยไม่ได้ถูกจัดกลุ่มตามฐานันดรใดๆเลย จะว่าไปแล้วป๋องเองก็ไม่ได้ต่างกับวัยรุ่นคนอื่น  ที่มีคนที่ตัวเองแอบชอบ ต้องการการยอมรับ มีความสำคัญ และมีตัวตนในกลุ่มเพื่อนๆ และคนที่ตัวเองรักบ้างก็เท่านั้น

 

ตัวละครหลักสำคัญอีกคนก็คือ “เมย์ไหน” ชื่อแปล๊กแปลก ที่มาของชื่อเมย์ไหนนั่นนะหรอครับ ก็เพราะ เมย์ไหนเป็นเเค่เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.5 ธรรมดาๆคนนึง ไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครสนใจ เพราะไม่มีอะไรโดดเด่นเอาเสียเลย หน้าตานิ่งๆเฉยๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน ต่างจากเมย์คนอื่นๆในโรงเรียนที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวให้คนอื่นสนใจและจดจำ อย่างเช่น “เมย์หลีด”(เป็นเชียร์หลีดเดอร์) “เมย์เปิ้ล”(เป็นเลสเบี้ยนที่มีแฟนชื่อเปิ้ล)

 

แต่สาเหตุที่เมย์ไหนไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร นั่นก็เพราะว่าเมย์มีความลับบางอย่างที่ต้องปกปิดเอาไว้และบอกใครไม่ได้ นั่นก็คือ ร่างกายของเมย์ไหนสามารถปล่อยพลังงานไฟฟ้าออกมาได้เวลาที่รู้สึกโกรธ ตื่นเต้น ตกใจ จนชีพจรเต้นเร็วเกิน 120 ครั้งต่อนาที ซึ่งตัวของเมย์ไหนเองก็ควบคุมไม่ได้ จนบางครั้งทำให้คนอื่นรอบตัวเดือดร้อน เป็นเหตุทำให้เพื่อนๆรุมต่อว่า รังเกียจ จนต้องย้ายโรงเรียนมานับไม่ถ้วน และนี่เองคือเหตุผลทำให้เมย์ไหนไม่มีเพื่อน เก็บตัวเพราะไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนเจ็บตัว จนสุดท้ายตัวเมย์ไหนเองก็รู้สึกว่าพลังพิเศษที่ตัวเองมีนั้นเป็นปมด้อยที่น่ารังเกียจของตัวเอง และยากที่ใครจะยอมรับได้

 

จะว่าไปแล้วทั้งป๋องและเมย์ไหนต่างก็สะท้อนให้เห็นชีวิตของนักเรียนวัยรุ่นธรรมดาทั่วๆไปที่มีอยู่จริงตามสังคมโรงเรียน ที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนแต่ก็รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ เหมือนไม่มีตัวตน จึงอยากที่จะเป็นที่ยอมรับขึ้นมาบ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรเลยที่เด็กวัยรุ่นทุกคนไม่ว่าใครก็ตามต่างก็ต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นโดยเฉพาะคนที่ตัวเองให้ความสำคัญแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ครู เพื่อน รุ่นพี่-รุ่นน้องในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งแฟน

 

สมัยตอนที่น้องๆยังเป็นเด็ก ในครอบครัวเรา เราก็อยากให้พ่อแม่ชื่นชม ให้รางวัล ให้ความสำคัญกับเราเวลาเราทำถูก ทำดี และเมื่อโตขึ้นก้าวสู่ชีวิตวัยรุ่น สังคมของน้องๆก็กว้างขึ้นเราก็ย่อมต้องการเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้างมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะการยอมรับจากเพื่อน จนบางครั้งการพยายามทำให้ตัวเองดูมีตัวตน หรือดูมีความสำคัญขึ้นมาในหมู่เพื่อนๆ น้องๆอาจต้องทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือต้องฝืนใจทำ จนสูญเสียความเป็นตัวของเราเองไป หรือบางครั้งอาจพลาดทำสิ่งที่ไม่ควรทำลงไป โดยที่ไม่ทันคิดว่าสิ่งที่ทำไปนั้นจะส่งผลเสียอะไรกับตัวเองบ้าง เช่น เพื่อนชวนโดดเรียน เพื่อนชวนเสพยา แม้ว่าบางทีก็ไม่อยากทำ แต่ก็ไม่อยากขัดใจเพื่อน เพราะกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ แล้วจะไม่ยอมรับเข้ากลุ่มก็เลยต้องยอมตามเพื่อนไป นั่นเพราะเรามัวยึดติดกับความคิด ความต้องการของคนอื่นจนลืมที่จะยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเรา ว่าเราเป็นยังไง ชอบอะไร และแล้วเราเองนั่นแหละที่เป็นคนทำลายความภาคภูมิใจและลดคุณค่าของตัวเราเพราะเอาตัวเราเองไปยึดติดกับความต้องการของคนอื่นเพียงแค่ต้องการการยอมรับเท่านั้นเอง

 

ไม่จำเป็นว่าความสามารถที่ต่างจากคนอื่นของเรานั้นจะไม่มีคุณค่าและจะไม่ได้การยอมรับเสมอไป บางทีอาจเป็นเพราะคนอื่นอาจยังไม่รู้ หรือไม่เราก็ยังไม่ได้พิสูจน์ความสามารถที่เรามีออกมาให้คนอื่นๆเห็นได้อย่างเต็มที่ ยกตัวอย่าง”ป๋อง”ที่มีความสามารถด้านการวาดการ์ตูนที่เจ้าตัวคิดมาตลอดว่าคงไม่มีใครยอมรับ แต่สุดท้ายเมื่อทุกคนได้อ่านนิยายการ์ตูนที่ป๋องเขียนต่างก็ชื่นชอบและชื่นชม ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่ป๋องแอบชอบก็ยังยอมรับว่าป๋องเก่งและมีความสามารถ ส่วนเมย์ไหน พลังไฟฟ้าในตัวที่เมย์ไหนมีคิดมาตลอดว่าเป็นปมด้อยแต่กลับนำมาใช้ในทางสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเอามาชาร์ตแบตเตอรี่ ชาร์ตโทรศัพท์ ช้อตยุง อบขนมปัง ถึงแม้ว่าจะออกแนวแฟนตาซีไปหน่อยก็ตาม

 

ในชีวิตจริงเราทุกคนต่างล้วนมีความสามารถพิเศษซ่อนอยู่ในตัว แต่มันจะได้รับการยอมรับ หรือมีคุณค่ามากแค่ไหน ขึ้นกับว่าเราหาจุดเด่นในตัวเองเจอรึยัง แล้วดึงเอาความสามารถพิเศษที่เรามีในตัวออกมาใช้ในทางที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเองและคนรอบข้างได้แค่ไหน จากนั้นเมื่อทุกคนได้รู้ได้เห็น การยอมรับมันก็จะเกิดขึ้นมาได้เอง

 

อย่ามัวรอให้ใครมาคอยเป็นคนบอก หรือตัดสินคุณค่าในตัวเรา เพราะสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการเป็นที่ยอมรับก็คือ ตัวเราเองต้องมองเห็นว่าตัวเองมีตัวตน มีคุณค่า และภาคภูมิใจในความสามารถที่เรามีก่อนเป็นอันดับแรก เพราะตัวเราเองนั่นแหละที่จะรับรู้ในการมีตัวตน และคุณค่าของตัวเองได้ดีที่สุด จริงมั้ยล่ะครับ

Comments

comments