14628865151462886553l

วัยทอง ก็ท้องได้ ด้วยไข่บริจาค

ที่มาของบทความเรื่อง “ วัยทอง ก็ท้องได้ ด้วยไข่บริจาค ” นั้น มาจาก ผมได้อ่านเจอข่าว “ หญิงอินเดียวัย 70 ปี คลอดลูกคนแรก ”  ซึ่งนี่ไม่ใช่คนไข้วัยทองคนแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จแบบเดียวกันนี้ แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ มันอยู่ที่กระบวนการที่มาของความสำเร็จนั้นเกิดจากวิธีอะไรต่างหากล่ะครับ

 

แว้บแรกที่ผมได้อ่านพาดหัวข่าว ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หรือประหลาดใจอะไรเท่าไหร่นัก เพราะในทางการแพทย์สามารถเป็นไปได้อยู่แล้ว แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเข้าสู่วัยทองและรังไข่หยุดทำงานไปแล้ว เธอก็ยังมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์และมีลูกได้ ถ้าหากว่า …..

  1. มดลูกของเธอยังดีอยู่
  2. น้ำเชื้อสามียังดีอยู่
  3. ใช้ไข่บริจาค ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว

 

แต่จากเนื้อหาในข่าวฉบับภาษาไทยบางสำนัก  มีเนื้อหาผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง โดยระบุว่า  “ ความสำเร็จของหญิงอินเดียวัย 70 ปี รายนี้ เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วโดยใช้ไข่ของเธอเอง และน้ำเชื้อของสามี ” ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจมาก ไม่น่าจะเป็นไปได้ ผมจึงได้สืบหาข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างประเทศที่น่าเชื่อถือ และพบว่าจริงๆแล้ว ความสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้วครั้งนี้เกิดจาก “ การใช้ไข่บริจาค ไม่ใช่ไข่ของเธอเอง ”  จึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องนำประเด็นนี้มาชี้แจงต่อสาธารณะ และผู้ที่สนใจ เพื่อไม่เกิดการเข้าใจผิด เพราะหากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปโดยผิดไปจากข้อเท็จจริงอาจทำให้ ผู้หญิงหลายๆคนเกิดความเชื่อ หรือมีความหวังที่ผิดๆ เกิดการไม่ยอมรับกับสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติ ทำให้มีผลต่อการตัดสินใจในการเริ่มการรักษาหรือเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพของรังไข่ของคนไข้เองได้ครับ

 

ซึ่งประเด็นเรื่อง “การใช้ไข่บริจาค ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว” นี่แหละครับที่สำคัญมาก เพราะอะไรนั้น เดี๋ยวมาติดตามอ่านกันต่อเลยครับ

 

เพราะรังไข่ผู้หญิงมีอายุขัย มีวันหยุดการทำงาน ผลก็คือ หยุดสร้างฮอร์โมน หยุดผลิตไข่ ทำให้ผู้หญิงเข้าสู่วัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็ราวๆอายุ 49-51 ปี ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุทำให้เมื่อผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น รังไข่ก็เริ่มทำงานได้น้อยลง  โอกาสตั้งครรภ์จึงน้อยลงตามไปด้วย หรือ เรียกได้ว่ามีบุตรยากตามอายุที่มากขึ้น และถึงแม้ว่าจะพยายามทำเด็กหลอดแก้วโดยใช้ไข่ของตัวเอง โอกาสสำเร็จก็ต่ำมาก ค่าใช้จ่ายก็สูง อีกทั้งยังมีโอกาสที่เด็กจะผิดปกติสูงขึ้นอีกด้วย เพราะคุณภาพของเซลล์ไข่เสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และพอเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทองโดยสมบูรณ์ รังไข่ก็หยุดทำงานสนิท 100 % จึงทำให้ผู้หญิงวัยทองหมดโอกาสที่จะตั้งครรภ์แล้วยังไงล่ะครับ

 

แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากเราสามารถแก้ไขปัญหามีบุตรยากได้ตรงจุด โอกาสสำเร็จก็เป็นไปได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสาเหตุที่ทำให้มีลูกไม่ได้ เกิดจากรังไข่เสื่อมการทำงาน หรือรังไข่หยุดการทำงานไปแล้ว ถ้าเราแก้ปัญหาด้านรังไข่ ด้วยการใช้ไข่บริจาคในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว โอกาสตั้งครรภ์แม้ในผู้หญิงที่อายุมาก หรือ หมดประจำเดือนไปแล้ว ก็สามารถเป็นไปได้ครับ แต่ต้องยอมรับว่า “เด็กที่เกิดมานั้น จะมีพันธุกรรมครึ่งหนึ่งมาจากสามี และอีกครึ่งหนึ่งมาจากหญิงที่บริจาคไข่ ไม่ใช่มาจากผู้หญิงที่ได้รับบริจาคไข่ แต่ผู้หญิงที่ได้รับบริจาคไข่นั้นจะเป็นผู้ตั้งครรภ์ คลอดบุตร และมีสิทธิ์เป็นมารดาที่ถูกต้องตามกฎหมายครับ ”

 

 

ข้อดีของการใช้ไข่บริจาค

การตั้งครรภ์ในกรณีที่ใช้ไข่บริจาคเช่นนี้ นอกจากจะเพิ่มโอกาสสำเร็จของการทำเด็กลอดแก้วในผู้หญิงที่อายุมากแล้ว โอกาสที่เด็กจะผิดปกติโดยเฉพาะปัญหาเรื่องดาวน์ซินโดรมยังน้อยกว่าการใช้ไข่ของตัวเองด้วยครับ เพราะการตั้งครรภ์จากการใช้ไข่บริจาคนั้น ไข่ที่ได้มานั้น นำมาจากไข่ของผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า (ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 35 ปี) ความสมบูรณ์ของไข่จึงมีมากกว่า ทำให้โอกาสที่เด็กจะเกิดมามีโครโมโซมผิดปกติ หรือ เป็นดาวน์ซินโดรมลดลงครับ

 

 

ควรหรือไม่ที่ผู้หญิงวัยทองจะตั้งครรภ์

แม้ว่าผู้หญิงวัยทองจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้สำเร็จถ้าใช้ไข่บริจาค แต่ความปลอดภัยต่อมารดาและทารกก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน เพราะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อายุมาก ถือเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะทั้งมารดาและทารกในครรภ์มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษ ทารกน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด มีโอกาสผ่าตัดคลอดสูง เสี่ยงภาวะตกเลือดหลังคลอด หรือเสียชีวิตได้ อีกทั้งปัญหาทางด้านสังคมไม่ว่าจะเป็น ด้านการเลี้ยงดู ช่องว่างระหว่างวัย ปัญหาเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่มีโอกาสเสียชีวิตก่อนที่เด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ ปัญหาต่างๆเหล่านี้จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของการรักษามีบุตรยากในผู้หญิงวัยทอง ใช่ว่าจะมุ่งหวังแต่เพียงผลสำเร็จอย่างเดียวโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นๆเลยครับ

 

สรุปได้ว่า “แม้เป็นวัยทอง ก็ท้องได้ ด้วยไข่บริจาค” แต่เหมาะสมหรือไม่ และปลอดภัยมาก-น้อยแค่ไหนนั้น เป็นสิ่งที่แพทย์จำเป็นต้องให้ข้อมูล อธิบายทำความเข้าใจกับคนไข้ ตลอดจนต้องประเมินสภาพร่างกาย-จิตใจ ข้อดี-ข้อเสีย ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเริ่มกระบวนการรักษาครับ

 

สามารถติดตามอ่านข่าวนี้ทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษที่ถูกต้องได้ที่

ภาษาอังกฤษ  http://www.telegraph.co.uk/news/2016/05/10/indian-woman-gives-birth-at-70-with-help-of-ivf/

ภาษาไทย  http://www.naewna.com/inter/215355

Comments

comments